ตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ โดยมีภาคส่วนที่มีศักยภาพสูงในหลายๆ ด้านที่คาดว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตในปี 2025 เมื่อประเทศยังคงปรับตัวตามแนวโน้มโลกและใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบที่ไม่เหมือนใคร นักลงทุนสามารถหาช่องทางการลงทุนที่น่าสนใจจากหลายอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง
1. เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล
ภาคเทคโนโลยีเป็นหนึ่งในภาคที่มีแนวโน้มสูงที่สุดสำหรับนักลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะเมื่อประเทศกำลังก้าวไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โครงการ “Thailand 4.0” ของรัฐบาล ซึ่งส่งเสริมการนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล คาดว่าจะยังคงเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและธุรกิจต่างๆ โดยการเพิ่มขึ้นของการใช้งานดิจิทัลในประเทศไทย โอกาสในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ การชำระเงินดิจิทัล และอีคอมเมิร์ซจะเติบโตขึ้น
อีคอมเมิร์ซเป็นภาคย่อยที่โดดเด่นในเทคโนโลยี ซึ่งการช้อปปิ้งออนไลน์ยังคงเติบโตในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นกำลังหันไปใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับสินค้าและบริการต่างๆ และบริษัทที่สามารถใช้ประโยชน์จากแนวโน้มนี้ได้อย่างสำเร็จจะเห็นการเติบโตอย่างน่าประทับใจ
ฟินเทคหรือเทคโนโลยีทางการเงินเป็นอีกพื้นที่ที่มีศักยภาพ ด้วยประชากรที่เป็นคนรุ่นใหม่และมีความชำนาญทางเทคโนโลยี และความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการธนาคารผ่านมือถือและกระเป๋าเงินดิจิทัล บริษัทฟินเทคในประเทศไทยจึงมีศักยภาพในการขยายตัวอย่างรวดเร็ว การประมวลผลข้อมูล การใช้ปัญญาประดิษฐ์ และการวิเคราะห์ข้อมูลก็จะเห็นความต้องการเพิ่มขึ้น ทำให้หุ้นเทคโนโลยีเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในปีต่อๆ ไป
2. การดูแลสุขภาพและนวัตกรรมทางการแพทย์
อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพของประเทศไทยเติบโตอย่างมั่นคงมาหลายปีแล้ว และคาดว่าจะยังคงเติบโตต่อไปจนถึงปี 2025 ทั้งจากความต้องการภายในประเทศและการท่องเที่ยวทางการแพทย์ ประเทศไทยเป็นผู้นำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการให้บริการด้านการแพทย์ที่มีคุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้ ซึ่งดึงดูดผู้ป่วยจากทั่วโลก
ความต้องการบริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ประชากรมีอายุมากขึ้น จะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นทั้งในด้านการบริการโรงพยาบาลและเภสัชกรรม เทคโนโลยีทางการแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพ และโซลูชันด้านการแพทย์จะเป็นภาคส่วนที่เติบโตอย่างมาก เนื่องจากประเทศไทยกำลังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ในระดับภูมิภาค
นักลงทุนอาจพบโอกาสในบริษัทเภสัชกรรมไทย บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ และผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะบริษัทที่เน้นเทคโนโลยีขั้นสูงหรือการส่งออก ตลาดหุ้นในภาคนี้น่าจะได้รับประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากต่างประเทศที่มีการขยายตัวของการท่องเที่ยวทางการแพทย์
3. พลังงานทดแทนและเทคโนโลยีสะอาด
เมื่อความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มสูงขึ้น ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังพยายามเปลี่ยนไปใช้แหล่งพลังงานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยก็ไม่ต่างกัน โดยรัฐบาลไทยกำลังมุ่งมั่นพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนและตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานในการสร้างพลังงานสะอาดภายในปี 2025
พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานชีวมวลในประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วในปีต่อๆ ไป ซึ่งได้รับการสนับสนุนทั้งจากการจูงใจของรัฐบาลและการลงทุนจากภาคเอกชน ประเทศไทยมีแสงแดดที่เหมาะสมสำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งจะดึงดูดการลงทุนอย่างมากในอนาคต
นอกจากพลังงานทดแทนแล้ว เทคโนโลยีสีเขียวที่เน้นการประหยัดพลังงาน การจัดการขยะ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตด้วย นักลงทุนที่มองหาการลงทุนที่ยั่งยืนสามารถพิจารณาหุ้นในบริษัทที่เชี่ยวชาญในวัสดุก่อสร้างสีเขียว ระบบพลังงานทดแทน และโซลูชันเทคโนโลยีสะอาด
4. สินค้าอุปโภคบริโภคและการค้าปลีก
ภาคสินค้าอุปโภคบริโภคและการค้าปลีกในประเทศไทยยังคงให้โอกาสในการลงทุนที่ดี โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวและความมั่นใจของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น การเติบโตของชนชั้นกลางในประเทศไทยและอำนาจการซื้อที่เพิ่มขึ้นจะทำให้มีความต้องการสินค้าในหลายประเภท ตั้งแต่สิ่งจำเป็นพื้นฐานไปจนถึงสินค้าฟุ่มเฟือย
ตลาดการค้าปลีกกำลังถูกเปลี่ยนแปลงโดยการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ ซึ่งมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่หลังการระบาดของโรคระบาด การช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้บริโภคไทย โดยมีการลงทุนจำนวนมากในด้านโลจิสติกส์ การตลาดดิจิทัล และประสบการณ์ของลูกค้า บริษัทที่สามารถผสมผสานช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เพื่อรองรับผู้บริโภคดิจิทัลจะมีโอกาสเป็นผู้นำตลาด
นอกจากนี้ การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคาดว่าจะมีผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมการค้าปลีก การท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศจะขับเคลื่อนการใช้จ่ายในภาคส่วนต่างๆ เช่น การบริการอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทที่ดำเนินงานในภาคส่วนเหล่านี้
5. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์
ภาคโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2025 โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่มุ่งพัฒนาระบบขนส่ง การปรับปรุงโลจิสติกส์ และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

