วิกฤตที่ไม่มีใครคาดคิด
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet A-1) พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากระดับปกติ 80-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเฉลี่ย 209 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของสายการบินไทยพุ่งขึ้นจากร้อยละ 30 เป็นมากกว่าร้อยละ 50 ของต้นทุนดำเนินงานทั้งหมด
ผลกระทบต่อสายการบินไทย: เที่ยวบินถูกตัด 3,800 เที่ยว
สายการบินไทย การบินไทย ไทยไลอ้อนแอร์ และไทยแอร์เอเชีย ต้องยกเลิกหรือลดเที่ยวบินในเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศหลายเส้นทางในช่วงไตรมาสที่ 2 ต่อเนื่องถึงไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีเที่ยวบินถูกยกเลิกกว่า 3,800 เที่ยว และที่นั่งลดลงกว่า 1.2 ล้านที่นั่ง สายการบินต้องปรับโครงสร้างราคาตั๋วและแผนการบินให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง
กลยุทธ์รับมือของแต่ละสายการบิน
การบินไทย ใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงด้วยการทำ Hedging ราคาน้ำมันไว้แล้วประมาณร้อยละ 50 พร้อมกับกระจายเส้นทางบินเพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง ไทยแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ ได้รับผลกระทบหนักกว่าเนื่องจากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนทั้งหมดไปยังผู้โดยสารได้ ขณะที่ไทยไลอ้อนแอร์ เลือกยกเลิกเที่ยวบินในเส้นทางที่ขาดทุนและเพิ่มความถี่ในเส้นทางหลักที่มีความต้องการสูง
ปฏิกิริยาจากหน่วยงานกำกับดูแล
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ออกมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับสายการบิน โดยการประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อลดค่าบริการขึ้นลง ค่าจอดอากาศยาน และค่าบริการการเดินอากาศ มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชน
ข้อมูลจาก IATA: กำไรสุทธิอุตสาหกรรมโลกลดลง 44%
สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์กำไรสุทธิของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกจากเดิม 41,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียง 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การปรับลดนี้สะท้อนถึงความรุนแรงของวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อสายการบินทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย
ข้อมูลอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดผลกระทบของวิกฤตน้ำมันต่อสายการบินไทย รวมถึงจำนวนเที่ยวบินที่ถูกยกเลิก สามารถดูได้ที่ The Star
แนวโน้มในอนาคต
แม้ว่าราคาน้ำมันจะทยอยปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 127 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ยังคงสูงกว่าระดับปกติอย่างมีนัยสำคัญ สายการบินไทยจำเป็นต้องปรับตัวในระยะยาว ด้วยการลงทุนในเครื่องบินประหยัดเชื้อเพลิง การใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และการบริหารเครือข่ายเส้นทางที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

