อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งคิดเป็นส่วนสำคัญใน GDP ของประเทศ มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของการเพิ่มขึ้นของความต้องการเครดิตผู้บริโภค

การท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะในสถานที่ท่องเที่ยวหลักอย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ เมื่อจำนวนของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ธุรกิจต่างๆ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวจะได้รับรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของค่าจ้างและรายได้ที่สามารถใช้จ่ายของบุคคลในภาคการท่องเที่ยว การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ใช้จ่ายนี้กระตุ้นให้คนท้องถิ่นใช้จ่ายมากขึ้นในสินค้าและบริการ โดยการใช้สินเชื่อเป็นวิธีการในการจ่ายเงิน การมีสินเชื่อทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสิ่งของหรือประสบการณ์ที่พวกเขาคิดว่าไม่สามารถจ่ายได้หากไม่มีเครดิต

สถาบันการเงินในประเทศไทยได้ตระหนักถึงความต้องการเครดิตที่เพิ่มขึ้นและได้ปรับเปลี่ยนข้อเสนอของตนเพื่อตอบสนองความต้องการนี้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและการเข้าถึงสินเชื่อที่ง่ายขึ้น ผู้บริโภคจึงมีแนวโน้มที่จะใช้เครดิตในการจัดการการใช้จ่าย การเพิ่มขึ้นของการเข้าถึงเครดิตนี้มีผลกระทบทั้งในด้านบวกและลบ เมื่อมีคนจำนวนมากใช้เครดิต ความเสี่ยงของการผิดนัดชำระหนี้ก็เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากระดับการท่องเที่ยวลดลงเนื่องจากปัจจัยภายนอก เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือความไม่มั่นคงทางการเมือง

นอกจากนี้ ผลกระทบของการท่องเที่ยวต่อความต้องการเครดิตผู้บริโภคไม่ได้จำกัดแค่เพียงรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายในรูปแบบต่างๆ หลายธุรกิจในภาคการท่องเที่ยว เช่น โรงแรมและร้านอาหาร ยังเสนอการให้เครดิตแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งสร้างระบบนิเวศของการใช้เครดิตที่ขยายวงกว้างไปยังผู้บริโภคที่ไม่ใช่แค่คนท้องถิ่น ผลที่ตามมา การใช้เครดิตโดยทั่วไปในเศรษฐกิจท้องถิ่นก็จะเพิ่มขึ้น

แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างการท่องเที่ยวและความต้องการเครดิตจะเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ก็ควรระลึกถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การชะลอตัวอย่างรวดเร็วในภาคการท่องเที่ยวอาจส่งผลให้รายได้ลดลงสำหรับบุคคลและธุรกิจที่พึ่งพาอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งจะทำให้การชำระหนี้เป็นเรื่องยากขึ้น