เมื่อตัวเลขเศรษฐศาสตร์กลายเป็นความจริงที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ
การอ่อนค่าของเงินบาทที่รั้งอันดับ 3 ของเอเชียในปี 2569 ไม่ได้หมายความว่าผู้ส่งออกไทยจะยิ้มออก เพราะความผันผวนของค่าเงินที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละช่วงเวลาสร้างความเสียหายมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด
ภาพรวมค่าเงินบาทในปี 2569
จากรายงานของ Krungthai GLOBAL MARKETS ระบุว่าเงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 5% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ซึ่งเป็นการอ่อนค่าที่รั้งอันดับ 3 ของเอเชีย โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตามดัชนี REER (Real Effective Exchange Rate) ยังคงสนับสนุนการส่งออกไทย โดยเฉพาะในภาคการเกษตรและอาหารที่มีการใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก
ความผันผวนที่แท้จริง: 7-8% ที่กัดเซาะกำไร
แม้ตัวเลขการอ่อนค่าจะดูเป็นบวกต่อผู้ส่งออก แต่จากข้อมูลของกรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์พบว่าความผันผวนของค่าเงิน USD/THB อยู่ที่ประมาณ 8.0% ซึ่งสูงกว่าความผันผวนของ CNY/THB ที่ 7.0% และ SGD/THB ที่ 5.1% สะท้อนว่าธุรกรรมข้ามพรมแดนยังคงพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐสูงถึง 79% ทำให้การกระจายสกุลเงินเป็นทางเลือกที่สำคัญในการบริหารความเสี่ยง
SMEs: ผู้แบกภาระที่แท้จริง
จากรายงานของ Nation Thailand ระบุอย่างชัดเจนว่าผู้ประกอบการ SMEs มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพียง 50% ของหนี้สิน ขณะที่ความผันผวนอยู่ที่ 7-8% ระดับดังกล่าวถือเป็นอัตราที่ต่ำมาก และธนาคารพาณิชย์หลายแห่งต้องการให้ลูกค้าสถาบันเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 70-80% ปัญหาคือต้นทุนการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward Contract) สำหรับ SMEs สูงเกินกว่าที่จะรับไหว ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กหลายรายเลือกที่จะไม่ป้องกันความเสี่ยงและรับความเสี่ยงเองทั้งหมด
สัญญาณจากธนาคารแห่งประเทศไทย
จากรายงาน Monetary Policy Report ไตรมาส 2/2569 ของ ธปท. ระบุว่าสินเชื่อรวมขยายตัวในระดับต่ำ โดยสถาบันการเงินยังคงระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง ขณะที่อัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ทรงตัว ด้านคุณภาพสินเชื่อโดยรวมทรงตัว แต่ต้องติดตามคุณภาพหนี้ของ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด
แนวทางแก้ไขที่ต้องเร่งดำเนินการ
สมาคมผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยได้เสนอให้ภาครัฐดำเนินมาตรการ 4 ประการ ได้แก่ การควบคุมเงินทุนเก็งกำไรระยะสั้น การลดต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงโดยเฉพาะสำหรับ SMEs การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้เครื่องมือ Currency Futures ในตลาด TFEX และการให้ความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นระบบ

