ปัญหาโลกแตกที่กำลังถูกทลาย

หนึ่งในอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของ SME ไทยคือการเข้าถึงสินเชื่อ สถาบันการเงินมักต้องการหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือเอกสารทางการเงินย้อนหลังหลายปีที่ SME จำนวนมากไม่มี แม้ธุรกิจจะดำเนินไปได้ด้วยดี แต่การไม่มี “ร่องรอยทางการเงิน” ที่ชัดเจนก็ทำให้ถูกปฏิเสธสินเชื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ความร่วมมือระหว่าง UOB Thailand และ PEAK ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 กำลังเปลี่ยนสมการนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

สินเชื่อ 1 ล้านบาทที่ใช้ข้อมูลบัญชีแทนหลักทรัพย์

ภายใต้แคมเปญ SMEs ScaleUp ธุรกิจที่ใช้แพลตฟอร์ม PEAK มาไม่น้อยกว่า 6 เดือนและดำเนินธุรกิจมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี สามารถขอสินเชื่อวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาทโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แทนที่ธนาคารจะต้องดูงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี ระบบจะประเมินผลประกอบการและกระแสเงินสดโดยตรงจากแพลตฟอร์ม PEAK

นางสาวสยมรัตน์ มะรนนท์ Head of SME Banking ของ UOB Thailand กล่าวว่าความร่วมมือนี้ช่วยให้ธนาคารสามารถประเมินธุรกิจจากผลการดำเนินงานจริงและประวัติธุรกรรม แทนที่จะพึ่งพาเอกสารทางการเงินแบบดั้งเดิม

“เครื่องมือยืนยันความจริง” ที่เปลี่ยนวิธีคิดของธนาคาร

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการเปลี่ยนบทบาทของระบบบัญชีจาก “เครื่องมือทำภาษี” มาเป็น “Verification Tool” ที่ใช้ยืนยันที่มาที่ไปของรายได้ หรือ Financial Footprint ของธุรกิจ แนวคิดนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ธนาคารตัดรายได้ก้อนใหญ่ที่ไม่ชัดเจนทิ้งจากการประเมิน ซึ่งเป็นปัญหาที่ SME หลายรายเผชิญเมื่อรายได้มาจากหลายช่องทาง

ภาพใหญ่ที่กำลังเปลี่ยน

ข้อมูลจาก Visa เปิดเผยว่า SMB ไทยกว่า 85% ได้นำดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการขายและการตลาดแล้ว แต่ยังคงบริหารการเงินในโหมดแอนะล็อก โดย 80% ของ SMB ยังใช้บัตรส่วนตัวสำหรับค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ และ 73% ใช้จ่ายเกิน 5,000 บาทต่อธุรกรรม การแยกบัญชีส่วนตัวและธุรกิจออกจากกันจึงไม่ใช่แค่เรื่องของระเบียบ แต่เป็นเรื่องของการสร้างประวัติทางการเงินที่ธนาคารยอมรับ

โครงการที่ขยายโอกาสไปยังธุรกิจอาหาร

นอกจากภาคการเงินแล้ว ยังมีโครงการอย่าง “Smart Food Business” ที่ SME D Bank ร่วมกับ บสย. และ AccRevo จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการบริหารการเงินแก่ธุรกิจร้านอาหาร พร้อมเปิดทางเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่บัญชีดิจิทัลกำลังขยายจากภาคเทคโนโลยีไปสู่ภาคบริการที่จับต้องได้