สังคมสูงวัยไม่ใช่แค่เรื่องของคนแก่ แต่คือการเร่งให้คลื่นการส่งต่อความมั่งคั่งเกิดขึ้นเร็วและเข้มข้นขึ้น ทรัพย์สินและกิจการของครอบครัวไทยจำนวนมากกำลังเคลื่อนจากรุ่นก่อนสู่ Gen X และ Gen Y ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Wealth Succession Wave นี้ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับ แต่กลายเป็นผู้วางแผนการบริหารและส่งต่อความมั่งคั่งไปยังรุ่นถัดไปด้วย ธนาคารที่มองเห็นแนวโน้มนี้ก่อนย่อมได้เปรียบในการเป็นสถาบันการเงินหลักของครอบครัวข้ามรุ่น ตัวเลขที่ชัดเจนคือ Krungsri (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา) มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) สูงถึง 1 ล้านล้านบาท หรือราว 31,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และได้จับมือกับ Invesco ผู้จัดการกองทุนระดับโลกเพื่อยกระดับบริการให้คำปรึกษาการลงทุนและสร้างแพลตฟอร์ม multi-asset discretionary portfolio management ก่อนหน้านั้น J.P. Morgan Asset Management ขยายความร่วมมือกับ Kasikornbank ขณะที่ SCB จับมือ BlackRock และ Kiatnakin Phatra ร่วมกับ Goldman Sachs ปัจจัยหนุนที่สำคัญคือ intergenerational wealth transfer driven by its rapidly ageing population ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและตลาดหุ้นที่ซบเซา

SCB เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “Infinity Legacy” ที่ให้ความคุ้มครองยาวถึงอายุ 120 ปี และรับผู้เอาประกันสูงสุดถึงอายุ 90 ปี ตั้งเป้ายอดขาย 2,800 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ขายแค่ประกัน แต่ขายความแน่นอนในการส่งต่อทรัพย์สิน เพราะการวางแผนมรดกในยุคนี้ครอบคลุมตั้งแต่การจัดโครงสร้างการถือครอง การบริหารสินทรัพย์ ไปจนถึงกลไกทางภาษี ขณะที่ UOB ก็เปิดตัวโปรแกรมวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งแบบบูรณาการ ร่วมกับพันธมิตรด้านธุรกิจครอบครัว หลังพบว่ากว่าร้อยละ 70 ของธุรกิจครอบครัวไทยยังไม่มีแผนสืบทอดอย่างเป็นระบบ นัยเชิงยุทธศาสตร์สำหรับภาคธนาคารคือ ในตลาดที่ประชากรสูงวัยและความมั่งคั่งกระจุกตัวมากขึ้น ธนาคารที่ไม่สามารถให้บริการวางแผนข้ามรุ่นได้ จะเสี่ยงสูญเสียลูกค้าที่มีมูลค่าสูงสุดให้คู่แข่งที่มีโครงสร้างบริการครบกว่า ลิงก์ข้อมูลอ้างอิง: Asian Private Banker — https://asianprivatebanker.com/private-banking-wealth-management/invesco-becomes-preferred-partner-for-krungsris-us31bn-wealth-business/