คู่มือแบบเน้นประเมินมูลค่าสำหรับการลงทุนในประเทศไทย

หากคุณชอบตัวเลขมากกว่าเรื่องเล่า แนวทางที่ให้ “มูลค่าเป็นอันดับแรก” สำหรับหุ้นไทยอาจเหมาะกับคุณ เริ่มด้วยการคัดกรองจักรวาลหุ้นไทยตามความสามารถทำกำไร (ROE อัตรากำไรจากการดำเนินงาน) ความแข็งแรงของงบดุล (หนี้สินสุทธิต่อ EBITDA) และการคืนผลประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้น (อัตราจ่ายปันผล การซื้อหุ้นคืน) กรองสภาพคล่องเพื่อหลีกเลี่ยงหุ้นที่ซื้อขายเบาบาง แล้วเรียงค่ามาตรวัดมูลค่า—P/E, EV/EBITDA, P/B—เทียบทั้งกับคู่แข่งภายในประเทศและอาเซียน บริบทสำคัญ: สาธารณูปโภคและธนาคารควรใช้ไม้บรรทัดต่างจากหุ้นวัฏจักรส่งออก สร้างกรณีลงทุนที่กระชับสำหรับผู้สมัครแต่ละราย แบบจำลองธุรกิจ คูเมือง และตัวขับเคลื่อนการเติบโตคืออะไร? กำไรเป็นรายได้ประจำ (เช่น การสมัครสมาชิกโทรคมนาคม สาธารณูปโภคที่มีกติกาควบคุม) หรือวัฏจักร (การท่องเที่ยว สินค้าโภคภัณฑ์)?…

ภาคการธนาคารในประเทศไทยและเศรษฐกิจดิจิทัล: ยุคใหม่

เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก และภาคการธนาคารในประเทศไทยก็ไม่พ้นจากการเปลี่ยนแปลงนี้ การเพิ่มขึ้นของการใช้อุปกรณ์มือถือ อินเทอร์เน็ต และการธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัลกำลังสร้างผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อวิธีการที่บริการทางการเงินถูกส่งมอบและบริโภคในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ทั้งมีโอกาสและความท้าทายสำหรับธนาคารและผู้บริโภค เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้รับการขับเคลื่อนจากการริเริ่มต่างๆ เช่น นโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนประเทศให้กลายเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้โครงการนี้ รัฐบาลได้ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในภาคต่างๆ รวมถึงการธนาคารและการเงิน โดยการสนับสนุนให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและให้การสนับสนุนกับธุรกิจฟินเทค ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ธนาคารในประเทศไทยต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การธนาคารผ่านมือถือและการธนาคารออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในประเทศไทย ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาใช้แอปพลิเคชันธนาคารมือถือเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ เช่น การโอนเงิน การชำระค่าบริการ และการจัดการบัญชีเงินออม การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงแนวโน้มทั่วโลกที่ผู้บริโภคต้องการบริการที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องไปที่ธนาคารอีกต่อไป การธนาคารดิจิทัลยังเปิดโอกาสในการรวมทางการเงินในประเทศไทย…

AI และ Big Data: การขับเคลื่อนประสิทธิภาพและการแข่งขันสำหรับสตาร์ทอัพในประเทศไทย

ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรม โดยสตาร์ทอัพได้หันมาใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพิ่มผลิตภาพ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้สตาร์ทอัพในประเทศไทยสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้ AI: การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสตาร์ทอัพไทย AI เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการปรับปรุงการดำเนินงานของสตาร์ทอัพในประเทศไทย โดยการทำงานอัตโนมัติในงานที่ซ้ำๆ เช่น การบริการลูกค้า การตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เครื่องมือ AI เช่น อัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องและการเรียนรู้เชิงลึกช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้า การค้นหาลักษณะการบริโภค และการตัดสินใจโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทยใช้ AI…

การเพิ่มขึ้นของธุรกิจทางสังคมในประเทศไทย: SMEs ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเชิงบวก

การเป็นผู้ประกอบการทางสังคมได้กลายเป็นแนวโน้มสำคัญในภูมิทัศน์ทางธุรกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะในหมู่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ธุรกิจเหล่านี้มุ่งเน้นการสร้างโซลูชันสำหรับปัญหาทางสังคมในขณะที่ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรในเวลาเดียวกัน ในประเทศไทย แนวคิดของการเป็นผู้ประกอบการทางสังคมได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดจากการที่ผู้ประกอบการมากมายเริ่มใช้ธุรกิจเป็นเครื่องมือในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่หัวใจของการเป็นผู้ประกอบการทางสังคมในประเทศไทยคือแนวคิดที่ว่า ธุรกิจไม่ควรมีเป้าหมายเพียงแค่การทำกำไร แต่ควรมุ่งหวังที่จะแก้ไขปัญหาสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ซึ่งปัญหาต่างๆ เช่น ความยากจน การพัฒนาในชนบท และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นความท้าทายใหญ่ ผู้ประกอบการทางสังคมในประเทศไทยกำลังก้าวเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยพัฒนาแบบจำลองธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างผลกระทบทางสังคมในขณะเดียวกันก็ทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ หนึ่งในภาคส่วนที่ธุรกิจทางสังคมได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยคือการเกษตร ธุรกิจทางสังคมหลายแห่งกำลังทำงานเพื่อส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืนในชุมชนชนบท โดยการช่วยเหลือเกษตรกรท้องถิ่นในการเรียนรู้เทคนิคการเกษตรที่ดีขึ้น และการส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ ธุรกิจเหล่านี้ให้การฝึกอบรม อุปกรณ์ และการเข้าถึงตลาดเพื่อให้เกษตรกรสามารถพัฒนาผลผลิตและได้รับค่าตอบแทนที่ยุติธรรม นอกจากนี้ ธุรกิจเหล่านี้ยังส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย การศึกษาเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่ผู้ประกอบการทางสังคมกำลังสร้างผลกระทบอย่างยิ่งในประเทศไทย ระบบการศึกษาของไทยยังคงเผชิญกับปัญหา โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่การเข้าถึงการศึกษาคุณภาพมีจำกัด ธุรกิจทางสังคมหลายแห่งได้พัฒนาวิธีการที่เข้าถึงได้ง่ายและราคาไม่แพงสำหรับเด็กด้อยโอกาส…

ความท้าทายและโอกาสสำหรับสตาร์ทอัพในประเทศไทย: การวิเคราะห์ระบบนิเวศของผู้ประกอบการ

ประเทศไทยที่เคยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในด้านการท่องเที่ยวกำลังกลายเป็นศูนย์กลางของสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ แม้จะมีโอกาสมากมายในตลาด แต่ผู้ประกอบการในประเทศไทยก็ต้องเผชิญกับหลายความท้าทายที่สามารถขัดขวางการเติบโตได้ อุปสรรคในการเข้าถึงการลงทุนหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดที่สตาร์ทอัพในประเทศไทยต้องเผชิญคือการหาทุนที่เพียงพอ แม้ว่าจะมีนักลงทุนมากมายที่สนใจลงทุนในภาคเทคโนโลยี แต่จำนวนสตาร์ทอัพที่ต้องการทุนยังคงสูงกว่าจำนวนเงินที่พร้อมลงทุน ดังนั้น หลายๆ สตาร์ทอัพจึงต้องหาทุนจากนักลงทุนต่างประเทศหรือใช้แหล่งทุนที่ยังไม่เพียงพอ นอกจากนี้ แม้จะมีนักลงทุนรายใหญ่ในประเทศ แต่การแข่งขันในการดึงดูดการลงทุนก็ยังคงเป็นเรื่องที่ท้าทาย สตาร์ทอัพที่ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองหรือที่มีโมเดลธุรกิจที่ยังไม่ชัดเจนจะยากที่จะดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุน การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะก็เป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับหลายๆ สตาร์ทอัพในประเทศไทย แม้ว่ามีมหาวิทยาลัยจำนวนมากที่ผลิตบัณฑิตทุกปี แต่ไม่ทุกรายมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสูง ดังนั้นหลายๆ สตาร์ทอัพจึงต้องพึ่งพาบุคลากรจากต่างประเทศ ซึ่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ล่าช้า โอกาสในภาคดิจิทัลและเทคโนโลยีแม้จะมีความท้าทาย แต่ก็มีโอกาสมากมายในภาคดิจิทัลและเทคโนโลยี เช่นเดียวกับภาคอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยที่กำลังเติบโต ตัวอย่างเช่นการเติบโตอย่างมากของแพลตฟอร์ม “Lazada” และ “Shopee” ที่เปลี่ยนแปลงวิธีการช็อปปิ้งของผู้บริโภคออนไลน์ ด้วยการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่มากขึ้น ตลาดการช็อปปิ้งออนไลน์กำลังขยายตัวและสตาร์ทอัพที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์และเทคโนโลยีกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น…

ผลกระทบของการลงทุน ESG ต่อตลาดหุ้นไทยและการปฏิบัติทางธุรกิจที่ยั่งยืน

การลงทุนที่ยั่งยืน โดยใช้ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) ได้กลายเป็นจุดสนใจหลักสำหรับนักลงทุนทั่วโลก ประเทศไทย ซึ่งเป็นเศรษฐกิจสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาดหุ้น เนื่องจากทั้งนักลงทุนและบริษัทต่างๆ เริ่มให้ความสำคัญกับการนำหลักการ ESG มาใช้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้กำลังสร้างภูมิทัศน์ใหม่ที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบมากขึ้นในประเทศไทย ดัชนี ESG ของประเทศไทย: ก้าวแรกสู่การลงทุนที่ยั่งยืน หนึ่งในพัฒนาการที่สำคัญในตลาดหุ้นไทยคือการเปิดตัวดัชนี ESG โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งเปิดตัวในปี 2019 ดัชนีนี้เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่ระบุถึงบริษัทที่มีการปฏิบัติตามหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล โดยการสร้างดัชนี ESG นี้…

การค้นหาบริการธนาคารสำหรับ SME ในประเทศไทย: โอกาสทางการเงินและการสนับสนุนจากรัฐบาล

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจของประเทศ แต่ในการพัฒนาต่อไป พวกเขามักพบอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เพียงพอ ในขณะเดียวกัน ภาคธนาคารในประเทศไทยยังคงหาทางให้บริการโซลูชั่นทางการเงินที่ช่วยให้ SME สามารถเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ได้ พร้อมทั้งมีการสนับสนุนจากรัฐบาลที่ช่วยให้พวกเขาเติบโตได้ การเข้าถึงการเงินจากธนาคารไทย หนึ่งในปัญหาหลักที่ SME ในประเทศไทยต้องเผชิญคือความยากลำบากในการเข้าถึงเงินทุนที่เหมาะสม ธนาคารในประเทศไทยได้ตอบสนองต่อความท้าทายนี้ด้วยการเสนอบริการทางการเงินที่หลากหลายสำหรับ SME เช่น สินเชื่อหมุนเวียน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และสินเชื่อเพื่อการลงทุนระยะยาว ธนาคารใหญ่ๆ เช่น ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกรุงไทยยังเสนอโครงการสินเชื่อที่ยืดหยุ่น พร้อมทั้งให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ SME เพื่อให้พวกเขาจัดการกับการเงินได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารบางแห่งยังนำเสนอสินเชื่อทางการเงินผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้…

เศรษฐกิจสีเขียว: สตาร์ทอัพที่ยั่งยืนและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

ประเทศไทยกำลังก้าวหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียว เนื่องจากการตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนในการพัฒนาเศรษฐกิจ สตาร์ทอัพที่มุ่งเน้นไปที่การหาทางออกเพื่อการปกป้องธรรมชาติในขณะเดียวกันก็สนับสนุนเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภาคพลังงานเป็นหนึ่งในสาขาที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย สตาร์ทอัพในภาคนี้กำลังพัฒนาโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถเข้าถึงได้ง่าย ประเทศไทยมีศักยภาพที่ดีในการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์เนื่องจากได้รับแสงแดดตลอดทั้งปี สตาร์ทอัพหลายแห่งในประเทศไทยกำลังพัฒนาแผงโซลาร์เซลล์ที่ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพสูง แต่ยังมีต้นทุนที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็ก นอกจากนี้ เทคโนโลยีในการเก็บพลังงานก็มีการพัฒนามากขึ้น หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจคือแบตเตอรี่ที่ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถรองรับระบบพลังงานทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นโซลูชันสำคัญในการรับประกันว่าพลังงานที่ผลิตได้จะมีการกระจายอย่างเสถียร โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่ได้รับการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า ในด้านการเกษตร เทคโนโลยีสีเขียวได้เริ่มส่งผลกระทบในเชิงบวก สตาร์ทอัพในประเทศไทยเริ่มนำเทคโนโลยีเกษตรแนวตั้งและการปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์มาใช้ ซึ่งช่วยให้สามารถผลิตอาหารในพื้นที่ที่มีดินและน้ำจำกัด นี่คือทางออกสำหรับความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในการเกษตรที่อาจทำลายระบบนิเวศและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมาก จากมุมมองของการจัดการขยะหลายสตาร์ทอัพในประเทศไทยก็มีการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถแปรรูปขยะพลาสติกให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น วัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์ในบ้าน การพัฒนาเหล่านี้ไม่เพียงแค่ช่วยลดขยะพลาสติก แต่ยังเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ในอุตสาหกรรมการรีไซเคิล ความสำเร็จของสตาร์ทอัพเหล่านี้ไม่ได้มาจากความพยายามของพวกเขาเองเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมภาคเทคโนโลยีสีเขียว โดยการมอบสิทธิประโยชน์และสิ่งจูงใจต่างๆ ให้กับธุรกิจที่พัฒนาเทคโนโลยีสีเขียว นั่นทำให้ประเทศไทยกลายเป็นสถานที่ที่น่าสนใจในการลงทุนและสร้างนวัตกรรมทางด้านความยั่งยืน

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยและผลกระทบต่อธุรกิจท้องถิ่น: โอกาสใหม่และความท้าทายที่ต้องเผชิญ

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มการท่องเที่ยวและปัจจัยภายนอกที่ไม่คาดคิดสามารถส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเหล่านี้ได้อย่างมาก ผลกระทบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต่อธุรกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยมีผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจหลายประเภท โดยเฉพาะในด้านการบริการที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่งและกิจกรรมการท่องเที่ยว การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เยี่ยมชมในช่วงเทศกาลและฤดูกาลท่องเที่ยวทำให้มีความต้องการในบริการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ นอกจากนี้ ธุรกิจท้องถิ่นที่ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น เช่น ของที่ระลึกและงานฝีมือก็ได้รับการส่งเสริมจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวได้กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น แนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน (sustainable tourism) ได้กลายเป็นหนึ่งในแนวโน้มที่สำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก…

การคว้าโอกาสทางธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยสำหรับ SMEs

ภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทยยังคงมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจของประเทศ การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวทุกปีช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับ SMEs โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งสามารถเติบโตได้หากจับตลาดให้ถูกจุด 1. อาหารและเครื่องดื่มไทยสำหรับนักท่องเที่ยว อาหารไทยถือเป็นหนึ่งในจุดขายหลักของการท่องเที่ยวในประเทศไทย นักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเยือนประเทศไทยเพื่อสัมผัสรสชาติอาหารที่มีเอกลักษณ์ เช่น ผัดไทย ต้มยำกุ้ง หรือข้าวเหนียวมะม่วง SMEs สามารถเปิดธุรกิจในรูปแบบร้านอาหารหรือคาเฟ่ที่นำเสนอเมนูอาหารท้องถิ่น ในบรรยากาศที่สะดวกสบายและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างประสบการณ์พิเศษ เช่น การจัดคลาสสอนทำอาหารไทย 2. การจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมและของที่ระลึก นักท่องเที่ยวมักมองหาของที่ระลึกที่มีเอกลักษณ์จากประเทศไทย เช่น ผ้าไหม สินค้าเครื่องประดับ หรือของตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้หรือลายไทย SMEs สามารถเปิดร้านขายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทย หรือแม้กระทั่งการจัดเวิร์กช็อปให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนรู้การทำผลิตภัณฑ์เหล่านี้…

Other Story