หัวใจสำคัญของ การลงทุนแบบเน้นคุณค่า คือการเป็นนักลงทุนสวนกระแส กล้าซื้อเมื่อผู้อื่นตื่นตระหนกเทขาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นสนามประลองที่สมบูรณ์แบบสำหรับการใช้จิตวิทยาการลงทุนลักษณะนี้ ในฐานะตลาดที่พึ่งพาการส่งออกและวัฏจักรเศรษฐกิจโลกอย่างมาก หุ้นไทยมักถูกเหวี่ยงไปมาตามความรู้สึกจากปัจจัยภายนอกซึ่งไม่ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานระยะยาวเสมอไป
ยกตัวอย่างภาคการเกษตรและอาหาร ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกข้าว น้ำตาล และผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกรายใหญ่ของโลก เมื่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกตกต่ำหรือเกิดโรคระบาดในสัตว์ หุ้นในกลุ่มนี้จะถูกเทขายอย่างหนักจากนักลงทุนสถาบันต่างชาติทันที
ทำแผนที่วัฏจักรภาคธุรกิจหุ้นไทย
การจะเป็นผู้ชนะได้ คุณต้องเข้าใจวัฏจักรอุตสาหกรรม:
- กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี: ราคาหุ้นมีความสัมพันธ์สูงกับราคาน้ำมันดิบโลก เมื่อราคาน้ำมันอยู่ในจุดต่ำสุดของวัฏจักร ค่า P/E ของบริษัทอย่าง PTT หรือ IRPC มักดูแพงมากหรือแม้กระทั่งขาดทุน—นี่คือจุดที่สัญญาณ คุณค่า ปรากฏ
- กลุ่มธนาคาร: หุ้นธนาคารไทยเช่น KBANK หรือ SCB มักซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าบัญชีเมื่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบการเงินไทยค่อนข้างกระจุกตัว พวกมันแทบจะฟื้นตัวเสมอ
- กลุ่มอสังหาริมทรัพย์: วิกฤตความเชื่อมั่นผู้บริโภคมักกดดันหุ้นผู้พัฒนาอสังหาฯ แต่การประเมินมูลค่าที่ดินในกรุงเทพฯ แทบไม่เคยเสื่อมค่าลงอย่างมีนัยสำคัญในแง่ราคาจริง
การลงทุนเน้นคุณค่าท่ามกลางนโยบายดอกเบี้ย
บริบทจริงล่าสุดคือนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อธนาคารกลางตรึงอัตราดอกเบี้ยสูงเพื่อสกัดเงินทุนไหลออก หุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงจะตกเป็นเหยื่อ เพราะนักลงทุนย้ายเงินไปซื้อพันธบัตร อย่างไรก็ตาม นักลงทุนสาย คุณค่า กลับมองว่าหุ้นธนาคารและอสังหาฯ ที่ถูกทำโทษจากดอกเบี้ยสูงเป็นโอกาสทองในการเข้าซื้อ
เพื่อทำความเข้าใจทิศทางนโยบายการเงินซึ่งกำหนดความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นอย่างมาก โปรดติดตามข่าวประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ที่: https://www.bot.or.th/en/news-and-media.html ข้อมูลปี 2026 แสดงถึงความพยายามของ ธปท. ในการรักษาสมดุลระหว่างเสถียรภาพค่าเงินบาทกับการเติบโตของสินเชื่อ
ด้วยกรอบความคิดแบบสวนกระแส นักลงทุนกลับหวังให้ราคา ร่วงลงลึกกว่านี้ เพื่อจะได้ซื้อสินทรัพย์ชั้นยอดในราคาเลหลัง กุญแจสำคัญคือต้องแน่ใจว่าสาเหตุของการร่วงลงนั้นเป็นเพียงชั่วคราว (วัฏจักรเศรษฐกิจ) ไม่ใช่ความเสียหายถาวรต่อโมเดลธุรกิจ

