การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทไม่ได้กระทบแค่ผู้ส่งออกและภาคท่องเที่ยว แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อบริษัทจดทะเบียนไทยที่มีภาระหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศและต้นทุนนำเข้าสูง โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน กลุ่มขนส่ง และกลุ่มสายการบิน ซึ่งต้องบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดในปี 2026
ภาระหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศ
ผลของการอ่อนค่าต่องบดุล
บริษัทที่มีหนี้เงินกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐจำนวนมาก เช่น กลุ่มพลังงานและสายการบิน จะมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นทันทีเมื่อเงินบาทอ่อนค่า เนื่องจากต้องใช้เงินบาทมากขึ้นในการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized FX Loss) จะปรากฏในงบการเงินและกดดันกำไรสุทธิ
ความเสี่ยงด้านต้นทุนทางการเงิน
ดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นจากภาระหนี้สกุลต่างประเทศอาจทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) สูงขึ้น ส่งผลต่ออันดับความน่าเชื่อถือและความสามารถในการระดมทุนในอนาคต นักลงทุนควรตรวจสอบสัดส่วนหนี้สกุลต่างประเทศในหมายเหตุประกอบงบการเงินของบริษัท เช่น PTT, TOP และ AAV
กลุ่มพลังงานและต้นทุนนำเข้า
โรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี
ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันต้องนำเข้าน้ำมันดิบเป็นสกุลดอลลาร์ เมื่อบาทอ่อนค่า ต้นทุนน้ำมันดิบในรูปเงินบาทจะเพิ่มขึ้น แม้ราคาขายปลีกในประเทศอาจปรับตาม แต่ก็มีช่วงเวลาเหลื่อม (lag) ที่กดดันกำไรขั้นต้น กลุ่มปิโตรเคมีที่นำเข้าแนฟทาและวัตถุดิบก็เผชิญแรงกดดันเดียวกัน
กลุ่มขนส่งและสายการบิน
ธุรกิจสายการบินมีค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงคิดเป็นสัดส่วน 30–40% ของต้นทุนรวม การอ่อนค่าของเงินบาททำให้ค่าน้ำมันในรูปบาทสูงขึ้นทันที ขณะที่ค่าเช่าเครื่องบินและค่าซ่อมบำรุงที่จ่ายเป็นดอลลาร์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ตัวอย่างผลกระทบจากงบการเงินปี 2026
ผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียนกลุ่มพลังงานหลายแห่งสะท้อนผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบกว้าง 34.5–36.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ นักวิเคราะห์ประเมินว่าหากเงินบาทอ่อนค่าเกิน 36 บาทต่อดอลลาร์ จะเป็นจุดเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดสำหรับหุ้นที่มีหนี้สกุลต่างประเทศสูง
ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน เผยแพร่ข้อมูลราคาน้ำมันและต้นทุนการนำเข้าพลังงานรายเดือน ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลต้นทุนนำเข้าพลังงานล่าสุดปี 2026 ได้ที่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เพื่อประเมินผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและขนส่ง
แนวทางบริหารความเสี่ยง
บริษัทที่มีหนี้และต้นทุนสกุลต่างประเทศส่วนใหญ่ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง เช่น สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward) และออปชัน นักลงทุนควรศึกษานโยบายการป้องกันความเสี่ยงของแต่ละบริษัทก่อนตัดสินใจ เนื่องจากบริษัทที่มีการป้องกันความเสี่ยงเต็มจำนวนจะได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนน้อยกว่าบริษัทที่ปล่อยตามธรรมชาติ

