ภูมิทัศน์ธุรกิจยาของไทยไม่หยุดนิ่งอีกต่อไป หากในอดีตโรงงานยาในกรุงเทพฯ ผลิตเพียงยาสามัญสำหรับโรงพยาบาลในประเทศเท่านั้น ปัจจุบันพวกเขาเปิดประตูกว้างให้บริษัทยาระดับโลกจากต่างประเทศเข้ามาผลิตยาในประเทศไทย โมเดลธุรกิจนี้เรียกว่า Contract Development and Manufacturing Organization (CDMO) หรือผู้ให้บริการรับจ้างพัฒนาและผลิตยา

การเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ: จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ

CDMO ช่วยให้บริษัทยาจากยุโรปหรือญี่ปุ่นสามารถฝากกระบวนการผลิตยาจำนวนมากไว้ที่ไทยได้ ทำไมต้องไทย? เพราะต้นทุนการผลิตในไทยมีประสิทธิภาพสูงกว่ามากโดยไม่ลดทอนมาตรฐาน PIC/S บริษัทอย่าง ไทยนครปัทนา และ ไบโอแล็บ ได้รับการรับรองระดับสากลให้ผลิตยาชีววัตถุและยาที่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ (ยารักษามะเร็ง) ให้กับลูกค้าต่างชาติ

โอกาสในตลาดฮาลาลและตะวันออกกลาง

ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ประเทศคู่แข่งน้อยรายจะมีคือใบรับรองฮาลาล ประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมแต่มีโครงสร้างพื้นฐานการรับรองฮาลาลที่ดีที่สุดในโลก อุตสาหกรรมยาของไทยใช้จุดแข็งนี้อย่างชาญฉลาดเพื่อเจาะตลาดยาฮาลาลในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ วัคซีน อาหารเสริม และยาที่ติดฉลากฮาลาลจากไทยกำลังครองส่วนแบ่งตลาดมุสลิมโลกซึ่งมีมูลค่ามหาศาล

การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลในการผลิต

โรงงานยาใหม่ในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้นำ Internet of Things (IoT) และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการควบคุมคุณภาพ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการปนเปื้อนข้ามและความผิดพลาดจากมนุษย์ นักลงทุนที่ต้องการใช้บริการ CDMO ของไทยจะได้รับความคุ้มค่าเรื่องประสิทธิภาพเวลาในการผลิตที่เร็วกว่าโรงงานทั่วไปในเอเชียถึง 30%

จากรายงาน ASEAN Investment Report ที่ถูกอ้างอิงโดย บางกอกโพสต์ เมื่อต้นปี 2026 ประเทศไทยได้รับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สูงสุดในภาคเภสัชกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพเมื่อเทียบกับประเทศอาเซียนอื่น ๆ รายงานชี้ว่าความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานและความเชี่ยวชาญด้านการผลิตเป็นปัจจัยดึงดูดหลัก โมเดล CDMO นี้ทำให้โรงงานในไทยเต็มกำลังการผลิตตลอดเวลา สร้างงานทักษะสูง และถ่ายทอดเทคโนโลยีล้ำสมัยสู่แรงงานท้องถิ่น