อาหารที่ขายไม่หมดกำลังกลายเป็นโจทย์ธุรกิจสำคัญ

ปัญหาขยะอาหารเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นในหลายขั้นตอนของอุตสาหกรรม ตั้งแต่การเก็บเกี่ยว การขนส่ง การแปรรูป ไปจนถึงการจำหน่ายในร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ต

สำหรับธุรกิจอาหาร อาหารที่ผลิตแล้วแต่ไม่สามารถจำหน่ายได้ทันเวลาอาจหมายถึงต้นทุนที่สูญเปล่า แม้ผลิตภัณฑ์บางส่วนยังคงมีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับการบริโภค

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เทคโนโลยีอาหารไม่ได้มุ่งพัฒนาเพียงผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังเข้ามาช่วยจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในประเทศไทย แนวคิด FoodTech เพื่อความยั่งยืนเริ่มปรากฏผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและเทคโนโลยีแปรรูปวัสดุเหลือใช้ที่สร้างโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่

Yindii เปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้กลับมาสร้างรายได้

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Yindii แพลตฟอร์มเทคโนโลยีอาหารที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2020 โดยมีแนวคิดเชื่อมโยงร้านค้าที่มีอาหารเหลือจากการจำหน่ายเข้ากับผู้บริโภค

ระบบทำงานผ่านแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาอาหารส่วนเกินจากร้านเบเกอรี่ คาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านขายของชำ ก่อนจองและชำระเงินเพื่อรับสินค้าตามช่วงเวลาที่กำหนด

ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ Yindii ระบุว่าแพลตฟอร์มมีรูปแบบ Surprise Bag ซึ่งจำหน่ายอาหารที่ยังเหมาะสมต่อการบริโภคในราคาลดลงประมาณ 50–80% จากราคาปกติ

ผู้บริโภคจึงมีโอกาสซื้ออาหารในราคาประหยัด ขณะที่ร้านค้าสามารถสร้างรายได้บางส่วนกลับคืนจากสินค้าที่อาจไม่สามารถจำหน่ายได้

เทคโนโลยีเชื่อมอุปสงค์กับอาหารส่วนเกินอย่างไร

แพลตฟอร์มดิจิทัลช่วยจัดการสินค้าคงเหลือ

จุดสำคัญของโมเดล Yindii ไม่ได้อยู่ที่การลดราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างช่องทางจำหน่ายสินค้าเพิ่มเติมในช่วงที่ร้านค้าเหลืออาหารจากการดำเนินงานตามปกติ

ร้านค้าสามารถกำหนดรายการและช่วงเวลารับสินค้า ส่วนผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อผ่านระบบจองล่วงหน้า วิธีนี้ช่วยเชื่อมโยงอาหารส่วนเกินเข้ากับความต้องการซื้อในพื้นที่ใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม การใช้งานต้องคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร การควบคุมอุณหภูมิ และการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับประเภทสินค้าอย่างชัดเจน

แพลตฟอร์มประเภทนี้จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา เพราะการลดอาหารส่วนเกินตั้งแต่ขั้นตอนวางแผนการผลิตยังคงมีความสำคัญเช่นกัน

จากเศษอาหารสู่ทรัพยากรเศรษฐกิจหมุนเวียน

นอกจากการนำอาหารที่ขายไม่หมดกลับเข้าสู่ตลาดแล้ว นวัตกรรม FoodTech ยังสามารถจัดการวัสดุที่ไม่เหมาะสำหรับการบริโภคได้อีกด้วย

ตัวอย่างจาก SPACE-F Batch 7 ในปี 2026 ได้แก่ Kinava ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยี Hydrothermal Carbonization เพื่อเปลี่ยนของเสียจากอาหารเป็นวัสดุคาร์บอนชีวภาพและก๊าซชีวภาพ

ขณะที่ Terra Bioindustries มุ่งเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือจากอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารให้กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตประเภทอื่น

แนวทางเหล่านี้สะท้อนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนที่พยายามลดการสูญเสียทรัพยากร โดยต้องประเมินความเหมาะสมด้านต้นทุน พลังงาน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมของแต่ละกระบวนการ

การลด Food Waste ต้องเริ่มจากข้อมูลและพฤติกรรม

แม้เทคโนโลยีจะช่วยจัดการอาหารส่วนเกิน แต่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายและพฤติกรรมผู้บริโภคควบคู่กันไป

ร้านอาหารสามารถใช้ข้อมูลยอดขายรายวันเพื่อประเมินจำนวนวัตถุดิบที่ควรสั่งซื้อ ขณะที่ผู้ผลิตสามารถปรับแผนการผลิตตามความต้องการจริงเพื่อลดการสูญเสียตั้งแต่ต้นทาง

ในมุมของสตาร์ตอัป ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การสร้างระบบที่ใช้งานง่าย มีต้นทุนเหมาะสม และสามารถขยายบริการไปยังร้านค้าจำนวนมากได้

กรณี Yindii และเทคโนโลยีเศรษฐกิจหมุนเวียนแสดงให้เห็นว่าโอกาสของ FoodTech ไทยไม่ได้เกิดจากการผลิตอาหารมากขึ้นเสมอไป แต่อาจเกิดจากความสามารถในการใช้ทรัพยากรเดิมอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นของเสีย