กรุงเทพฯ, 2569 – สำหรับ CFO และผู้บริหารการเงินในภาคการผลิตของไทย คำถามไม่ใช่ “เราจำเป็นต้องใช้การจัดหาเงินทุนในห่วงโซ่อุปทานหรือไม่” แต่คือ “เครื่องมือใดเหมาะสมที่สุดสำหรับงบการเงินของเรา” ท่ามกลางความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ การบริหารเงินทุนหมุนเวียน (working capital management) ได้กลายเป็นวาระสำคัญอันดับต้น ๆ ของคณะกรรมการบริษัท

สองแนวทางที่ถูกถกเถียงกันอย่างดุเดือดในห้องประชุมคือ Dynamic Discounting และ Reverse Factoring ทั้งสองฟังดูคล้ายกัน แต่มีนัยสำคัญทางการเงินที่แตกต่างกันอย่างมากสำหรับผู้ผลิต

ทำความเข้าใจความแตกต่างพื้นฐาน

Dynamic Discounting เป็นความคิดริเริ่มที่ขับเคลื่อนโดยผู้ซื้อ (Buyer-led) ในโมเดลนี้ บริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ (OEM) ที่มีเงินสดส่วนเกินเสนอที่จะจ่ายใบแจ้งหนี้ให้ผู้จัดหาวัตถุดิบก่อนกำหนดโดยมีส่วนลด ยิ่งจ่ายเร็วเท่าไร ส่วนลดที่ผู้จัดหาได้รับก็ยิ่งมากขึ้น นี่คือวิธีที่ชาญฉลาดสำหรับ OEM ในการสร้างผลตอบแทนจากเงินสดที่ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารมาก

ในทางกลับกัน Reverse Factoring เป็นความคิดริเริ่มที่อำนวยความสะดวกโดยบุคคลที่สาม (ธนาคาร/ผู้ให้กู้) ในที่นี้ ธนาคารจ่ายเงินให้ผู้จัดหาวัตถุดิบแทนผู้ซื้อ จากนั้นผู้ซื้อจะจ่ายคืนธนาคารตามวันครบกำหนดที่ตกลงกันไว้

ผลกระทบต่อกระแสเงินสดของการผลิต

ในบริบทของไทย ผู้ผลิตรายใหญ่มักชื่นชอบ Reverse Factoring เพราะไม่รบกวนกระแสเงินสดไหลออก พวกเขายังคงจ่ายเงินในวันที่ 90 แต่ผู้จัดหาสามารถรับเงินได้ในวันที่ 5 อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ต้องใช้วงเงินสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งอาจไปลดทอน credit line ของบริษัท

ในขณะเดียวกัน Dynamic Discounting เหมาะกับผู้ผลิตไทยที่มีกระแสเงินสดจำนวนมากและต้องการสนับสนุนผู้จัดหาในประเทศพร้อมกับรับผลตอบแทนทางการเงิน ตัวอย่างเช่น แทนที่จะปล่อยให้เงินนอนอยู่ในบัญชีด้วยดอกเบี้ย 0.5% OEM สามารถจ่ายก่อนกำหนดและได้รับส่วนลดที่มีอัตราผลตอบแทนต่อปีสูงถึง 12%

กรณีศึกษาภาคอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์

จากข้อมูลที่รวบรวมโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในช่วงกลางปี 2569 ภาคยานยนต์ในไทยมีแนวโน้มใช้ reverse factoring เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานยาวและอัตรากำไรของผู้จัดหาต่ำมาก ขณะที่ภาคอิเล็กทรอนิกส์และ FMCG เริ่มหันมาใช้ dynamic discounting เพื่อสนับสนุนสภาพคล่องหลังยุคโควิด แหล่งข้อมูล: https://www.fti.or.th/

การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสม

การตัดสินใจเลือกไม่สามารถทำแบบส่งเดชได้ โรงงานต้องวิเคราะห์ Days Payable Outstanding (DPO) ของตนเอง หากบริษัทต้องการยืด DPO เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเงินสด reverse factoring คือคำตอบ หากบริษัทต้องการใช้เงินสดส่วนเกินและช่วยเหลือผู้จัดหาที่กำลังลำบาก dynamic discounting คือกลยุทธ์ที่ใช่ กุญแจสู่ความสำเร็จอยู่ที่ความโปร่งใสของข้อมูลและความสามารถของระบบ ERP ของผู้ผลิตในการบูรณาการกับแพลตฟอร์ม SCF แบบเรียลไทม์