หุ้นกู้ที่ระดมทุนเพื่อโครงการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG bond กำลังกลายเป็นดาวเด่นของตลาดตราสารหนี้ไทยในปี 2569 การเติบโตนี้ไม่ได้มาจากกระแสเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความต้องการของนักลงทุนสถาบันและนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวของภาครัฐ
นิยามและประเภทหุ้นกู้ ESG
หุ้นกู้ ESG แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามวัตถุประสงค์การใช้เงิน ได้แก่ กรีนบอนด์สำหรับโครงการด้านสิ่งแวดล้อม โซเชียลบอนด์สำหรับโครงการด้านสังคม และซัสเทนนาบิลิตี้บอนด์สำหรับโครงการที่ผสมผสานทั้งสองด้าน
กรีนบอนด์ โซเชียลบอนด์ ซัสเทนนาบิลิตี้บอนด์
กรีนบอนด์ในไทยมักระดมทุนเพื่อโครงการพลังงานทดแทน ประสิทธิภาพพลังงาน และการจัดการของเสีย ขณะที่โซเชียลบอนด์มุ่งสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพ การศึกษา และการจ้างงานที่มีคุณภาพ ส่วนซัสเทนนาบิลิตี้บอนด์ครอบคลุมทั้งสองมิติ
ตัวเลขการเติบโตและผู้ออกสำคัญ
ข้อมูลจาก ThaiBMA ระบุว่า ณ ต้นปี 2569 มูลค่าคงค้างหุ้นกู้ ESG ของไทยอยู่ที่ประมาณ 0.9 ล้านล้านบาท เติบโตประมาณ 18% จากปีก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากการออกหุ้นกู้ของบริษัทพลังงานและสถาบันการเงิน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thaibma.or.th
ผู้ออกหุ้นกู้ ESG รายใหญ่
ผู้ออกหุ้นกู้ ESG รายสำคัญ ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ธนาคารพาณิชย์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาโครงการประหยัดพลังงาน และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว
โอกาสและความท้าทายสำหรับนักลงทุน
นักลงทุนที่ถือหุ้นกู้ ESG ได้รับผลตอบแทนไม่ต่างจากหุ้นกู้ทั่วไปในระดับเครดิตเดียวกัน แต่มีข้อดีเชิงภาพลักษณ์และโอกาสได้รับความสนใจจากกองทุนที่ลงทุนตามแนวทาง ESG ซึ่งช่วยหนุนราคาในตลาดรอง
เหตุผลที่นักลงทุนสถาบันให้ความสำคัญ
กองทุนบำเหน็จบำนาญและบริษัทประกันในไทยต้องรายงานสัดส่วนการลงทุนที่คำนึงถึง ESG มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการหุ้นกู้กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องระวังประเด็น Greenwashing ซึ่งผู้ออกบางรายอาจกล่าวอ้างว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีมาตรฐานรองรับ
การเติบโตของหุ้นกู้ ESG สะท้อนว่าเม็ดเงินในตลาดทุนไทยเริ่มไหลไปสู่กิจกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวก และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการได้ทั้งผลตอบแทนและคุณค่าที่ยั่งยืน

