ผู้ประกอบการสตรีไทยกลายเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากในปี 2569 โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่าเอสเอ็มอีที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของหรือผู้บริหารมีจำนวนกว่า 1.2 ล้านราย คิดเป็นเกือบ 40% ของเอสเอ็มอีทั้งประเทศ การรวมตัวกันเป็นเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ ช่วยเติมเต็มช่องว่างด้านทักษะการเงิน การตลาด และการเข้าถึงแหล่งทุนให้กับธุรกิจขนาดเล็กที่เคยถูกมองข้าม

เครือข่ายสตรีคือระบบสนับสนุนที่ไม่เป็นทางการแต่ทรงพลัง

กลุ่มไลน์ กลุ่มเฟซบุ๊ก และสมาคมนักธุรกิจสตรีไทยหลายแห่ง ทำหน้าที่เสมือน “ห้องปรึกษาธุรกิจ” ตลอด 24 ชั่วโมง เปิดโอกาสให้สมาชิกแลกเปลี่ยนปัญหาการบริหารจัดการ ตั้งแต่การทำบัญชีครัวเรือนไปจนถึงการเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์รายใหญ่

โครงการ “หญิงเก่ง SME ไทย” โดย สสว.

สสว. (https://www.sme.go.th) ร่วมกับสมาคมนักธุรกิจสตรีจังหวัดนครราชสีมา จัดโครงการ “หญิงเก่ง SME ไทย” ฝึกอบรมผู้ประกอบการสตรีจำนวน 3,000 คนทั่วประเทศในปี 2569 เนื้อหาครอบคลุมการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การทำแบรนด์ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ผลปรากฏว่าผู้เข้าร่วมกว่าร้อยละ 72 สามารถเพิ่มช่องทางขายออนไลน์ได้ภายใน 3 เดือนหลังอบรม

การเข้าถึงแหล่งทุนที่เปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน

อุปสรรคใหญ่ของเอสเอ็มอีหญิงไทยคือการเข้าถึงสินเชื่อ เนื่องจากขาดหลักทรัพย์ค้ำประกันและประวัติการเงินที่มั่นคง เครือข่ายจึงมีบทบาทสำคัญในการรวมกลุ่มค้ำประกันแบบ “กลุ่มออมทรัพย์หมุนเวียน” และเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อขอเงื่อนไขพิเศษ

กรณีกลุ่มแม่บ้านเกษตรอินทรีย์อุดรธานี

กลุ่มแม่บ้านเกษตรอินทรีย์จังหวัดอุดรธานี จำนวน 45 คน เริ่มต้นจากการรวมตัวกันผลิตข้าวกล้องและน้ำพริกสมุนไพรขายในชุมชน แต่ไม่สามารถขอสินเชื่อจากธนาคารได้ หลังเข้าร่วมเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีแห่งประเทศไทย ได้รับคำแนะนำให้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและทำบัญชีให้เป็นระบบ จนกระทั่งได้รับสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษจากธนาคารออมสินจำนวน 2 ล้านบาท เพื่อขยายโรงเรือนผลิตและซื้อเครื่องซีลสุญญากาศ ปัจจุบันส่งออกน้ำพริกไปยังร้านค้าไทยในเยอรมนีและสหรัฐอเมริกา มียอดขายรวมปีละกว่า 12 ล้านบาท

ตัวเลขสะท้อนศักยภาพของเครือข่ายสตรี

ข้อมูลจาก สสว. ปี 2569 ชี้ว่าเอสเอ็มอีหญิงที่เข้าร่วมเครือข่ายมีอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 27% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอสเอ็มอีทั่วไปซึ่งอยู่ที่ราว 15% และมีอัตราการผิดนัดชำระหนี้ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์อย่างมีนัยสำคัญ

อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่โดดเด่นคือการรวมตัวของหญิงรุ่นใหม่ในกลุ่ม “Young Female Founders Thailand” ซึ่งมีสมาชิกกว่า 18,000 คน เน้นการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านสตาร์ทอัปและเทคโนโลยี ช่วยให้เอสเอ็มอีรุ่นใหม่ของผู้หญิงสามารถระดมทุนจากนักลงทุน angel และ venture capital ได้มากขึ้นเป็นประวัติการณ์ในปี 2569

ทิศทางต่อจากนี้ เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีไทยวางแผนขยายความร่วมมือกับ UN Women และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการจ้างงานที่เป็นธรรม และสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเฉพาะสินค้าจากผู้ประกอบการสตรีในภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2570